การ ตรวจ STI ตามตำแหน่งสัมผัส หมายถึงเลือกเก็บตัวอย่างจากบริเวณที่อาจได้รับเชื้อจริง เช่น คอ ช่องคลอด ปากมดลูก ท่อปัสสาวะ หรือทวารหนัก ไม่ใช่ส่งปัสสาวะหนึ่งตัวอย่างแล้วสรุปว่าทุกตำแหน่งไม่มีเชื้อ เพราะ STI (โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์) บางชนิดอยู่เฉพาะบางตำแหน่งได้
ถ้าอ่านแค่บรรทัดเดียว ให้จำว่า บอกคลินิกตามจริงว่าปาก อวัยวะเพศ หรือทวารหนักเคยสัมผัสอะไร แล้วให้ผู้ให้บริการเลือกจุดเก็บตัวอย่าง ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกจุดโดยอัตโนมัติ
คนหนึ่งอาจมีผลตรวจปัสสาวะเป็นลบ แต่มีหนองในหรือหนองในเทียมที่คอหรือทวารหนักโดยไม่มีอาการ แนวทางเวชปฏิบัติของออสเตรเลียระบุว่าหนองในที่ทวารหนักและคอส่วนใหญ่ไม่มีอาการ หากไม่ได้เล่าว่ามีการสัมผัสทางปากหรือทางทวารหนัก คลินิกอาจไม่มีข้อมูลพอจะเลือกจุดเก็บตัวอย่าง
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องใช้ไม้ป้ายเก็บตัวอย่าง (swab) ทุกจุดทุกครั้ง การเลือกตรวจควรดูชนิดการสัมผัส อวัยวะที่มีอยู่ อาการ วันที่สัมผัส ประวัติการรักษา และแนวทางของประเทศ
คำตอบสั้น ๆ: ตรวจ STI ด้วยปัสสาวะอย่างเดียวครบไหม
ไม่ครบทุกโรคและไม่ครบทุกตำแหน่ง ปัสสาวะใช้ตรวจหนองในหรือหนองในเทียมที่ท่อปัสสาวะด้วยวิธี NAAT (การตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อ) ได้ แต่ไม่ได้เป็นตัวอย่างจากคอหรือทวารหนัก และไม่ใช้แทนการตรวจเลือดสำหรับเอชไอวีหรือซิฟิลิส
ก่อนจ่ายเงินหรือเก็บตัวอย่าง ควรถามว่า
- ตรวจหาเชื้ออะไรบ้าง
- เก็บตัวอย่างจากตำแหน่งใด
- ใช้วิธีตรวจอะไร
- เหตุการณ์ล่าสุดเกิดเมื่อใด และต้องนัดตรวจซ้ำหรือไม่
- หากผลเป็นบวก มีการรักษา แจ้งคู่ และติดตามอย่างไร
ทำไมต้องตรวจ STI ตามตำแหน่งสัมผัส เมื่อเชื้ออยู่คนละที่กันได้
ตำแหน่งที่รับสัมผัสระหว่างกิจกรรมทางเพศสัมพันธ์จึงสัมพันธ์กับจุดที่อาจติดเชื้อ ตัวอย่างเช่น การใช้ปากกับอวัยวะเพศอาจทำให้คอเป็นตำแหน่งสัมผัส ส่วนการรับการสอดใส่ทางทวารหนักทำให้เยื่อบุทวารหนักเป็นตำแหน่งสัมผัส
แนวทางการดูแลการติดเชื้อที่ไม่มีอาการขององค์การอนามัยโลกปี 2025 ระบุว่าการติดเชื้อจำนวนมากยังตรวจไม่พบ โดยเฉพาะในผู้หญิงและตำแหน่งนอกท่อปัสสาวะ เช่น คอและทวารหนัก ดังนั้น “ไม่มีอาการที่อวัยวะเพศ” จึงไม่ใช่หลักฐานว่าตำแหน่งอื่นไม่มีเชื้อ
เชื้อแต่ละชนิดตรวจด้วยวิธีต่างกัน บางโรคตรวจจากเลือด บางโรคใช้ไม้ป้ายจากแผล และบางโรคใช้ปัสสาวะหรือไม้ป้ายจากเยื่อบุ ภาพรวมอาการ การตรวจ และการรักษาอ่านได้ที่คู่มือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของมูลนิธิเลิฟฟาวเดชั่น
ตารางตำแหน่งสัมผัสและตัวอย่างที่อาจเกี่ยวข้อง
ตารางนี้ใช้เตรียมบทสนทนากับคลินิก ไม่ใช่ใบสั่งตรวจด้วยตนเอง
| ประวัติหรือตำแหน่งสัมผัส | ตัวอย่างที่ผู้ให้บริการอาจพิจารณา | สิ่งที่ควรรู้ |
|---|---|---|
| ใช้ปากกับอวัยวะเพศหรือทวารหนัก | ไม้ป้ายจากคอ | ผลปัสสาวะไม่บอกผลที่คอ |
| รับการสอดใส่ทางทวารหนัก | ไม้ป้ายจากทวารหนัก | ไม่มีอาการก็ติดเชื้อได้ |
| ผู้ที่มีช่องคลอด ไม่ว่าจะระบุเพศแบบใด | ไม้ป้ายช่องคลอดที่เก็บเอง หรือไม้ป้ายปากมดลูกที่ผู้ให้บริการเก็บ | ปัสสาวะตรวจเจอได้น้อยกว่าไม้ป้ายช่องคลอดที่เก็บเอง |
| ผู้ที่ไม่มีช่องคลอด สัมผัสทางอวัยวะเพศ | ปัสสาวะช่วงแรกที่ออกมา (first pass urine) | วิธีเก็บอาจต่างจากปัสสาวะทั่วไป ให้ทำตามคำแนะนำ |
| มีแผล ตุ่ม หรือถุงน้ำ | ไม้ป้ายจากรอยโรค หรือการตรวจอื่นตามแพทย์ประเมิน | อย่าแกะ ทายา หรือบีบรอยโรคก่อนไปตรวจ |
| ต้องประเมินเอชไอวี ซิฟิลิส หรือไวรัสตับอักเสบ | การตรวจเลือดหรือวิธีเฉพาะของแต่ละโรค | ไม้ป้ายหรือปัสสาวะไม่แทนการตรวจเลือด |
แนวทางออสเตรเลียเรื่องหนองใน แนะนำให้เสนอการตรวจตำแหน่งที่สัมผัสแก่คู่ทุกคนของผู้ที่ตรวจพบเชื้อ และในชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย ให้เก็บตัวอย่างจากทวารหนักและคอด้วย แม้ไม่มีอาการที่ตำแหน่งนั้น การเลือกตรวจจึงอิงพฤติกรรมและอวัยวะที่มีจริง
ตรวจหนองในที่คอจำเป็นเมื่อใด
การตรวจคออาจถูกพิจารณาเมื่อมีการสัมผัสทางปาก แม้ไม่เจ็บคอหรือไม่มีไข้ เพราะหนองในที่คอส่วนใหญ่ไม่มีอาการ อยากรู้ว่าออรัลเซ็กส์เกี่ยวกับโรคอะไรบ้าง อ่านต่อที่ Oral sex เสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
การบอกว่า “มีออรัลเซ็กส์” ยังอาจไม่พอหากไม่ชัดว่าปากของใครสัมผัสอวัยวะส่วนใด ลองบอกตามข้อเท็จจริงโดยไม่ต้องใช้คำเรียกบทบาท เช่น “ปากของฉันสัมผัสอวัยวะเพศของคู่” หรือ “คู่ใช้ปากกับอวัยวะเพศของฉัน” ข้อมูลสองแบบนำไปสู่ตำแหน่งที่ต้องประเมินต่างกัน
สำหรับหนองในเทียม แนวทางของ CDC ปี 2021 ระบุว่าการติดเชื้อที่ทวารหนักหรือคอในผู้ที่มีการสัมผัสแบบรับที่ตำแหน่งนั้น วินิจฉัยได้ด้วยการตรวจจากตำแหน่งสัมผัส แต่ความสำคัญทางคลินิกของหนองในเทียมที่คอยังไม่ชัดเจน การตรวจคอจึงไม่ได้เหมือนกับหนองในทุกกรณี ควรให้คลินิกเลือกตามเชื้อและแนวทาง
ตรวจหนองในหรือหนองในเทียมที่ทวารหนักจำเป็นเมื่อใด
หากมีการรับการสอดใส่ทางทวารหนัก หรือกิจกรรมที่ทำให้สารคัดหลั่งสัมผัสเยื่อบุทวารหนัก ควรแจ้งคลินิกเพื่อพิจารณาเก็บตัวอย่างตำแหน่งนี้ การส่งปัสสาวะอย่างเดียวอาจพลาดการติดเชื้อที่อยู่ในทวารหนัก
อาการที่อาจพบ ได้แก่ มีมูกหรือหนอง ระคายเคือง เจ็บเวลาถ่าย หรือการขับถ่ายผิดปกติ แต่หลายคนไม่มีอาการ และอาการคล้ายกันเกิดจากสาเหตุอื่นได้ จึงไม่ควรเลือกยาปฏิชีวนะเอง ถ้ามีอาการ แนวทางออสเตรเลียให้เก็บตัวอย่างเพาะเชื้อหนองในเพิ่มด้วย

คำถามที่พบบ่อย
เก็บตัวอย่างจากคอหรือทวารหนักด้วยตัวเองได้ไหม
ในบางบริการทำได้ แนวทางออสเตรเลียเรื่องหนองในเทียม ระบุว่าคนที่ไม่มีอาการเก็บตัวอย่างส่วนใหญ่ได้เอง รวมถึงไม้ป้ายช่องคลอด ทวารหนัก และคอ และ CDC ระบุว่าผลจากไม้ป้ายทวารหนักที่เก็บเองใกล้เคียงกับที่บุคลากรเก็บ แต่ต้องใช้ชุดเก็บตัวอย่างและคำแนะนำของสถานพยาบาล อย่านำก้านสำลีทั่วไปมาเก็บเองแล้วส่งโดยไม่มีระบบรองรับ
ต้องตรวจทุกตำแหน่งแม้ใช้ถุงยางอนามัยไหม
ประวัติใช้ถุงยางอนามัยเป็นข้อมูลสำคัญ แต่ไม่ได้ตอบแทนตำแหน่งสัมผัสทั้งหมด องค์การอนามัยโลกระบุว่าถุงยางอนามัยที่ใช้ถูกต้องและสม่ำเสมอเป็นวิธีป้องกันที่ได้ผลที่สุดวิธีหนึ่ง แต่ไม่ป้องกันโรคที่ทำให้เกิดแผลนอกบริเวณอวัยวะเพศ เช่น ซิฟิลิสหรือเริม จึงไม่ควรสรุปว่าคนที่ใช้ถุงยางอนามัยต้องตรวจทุกจุด หรือไม่ต้องตรวจเลย ให้เล่าว่าใช้กับกิจกรรมใดบ้าง ตั้งแต่ต้นจนจบหรือไม่ แล้วตัดสินใจร่วมกับผู้ให้บริการ
ถ้าตรวจไปแล้วแต่พลาดตำแหน่งทำอย่างไร
อย่าเพิ่งสรุปว่าติดเชื้อ และไม่ต้องตรวจทุกอย่างซ้ำเอง ให้นำรายงานผลไปให้คลินิกดูว่าตรวจเชื้ออะไร วิธีใด และตัวอย่างมาจากจุดไหน จากนั้นเล่าตำแหน่งสัมผัสที่ตกหล่น ผู้ให้บริการจะพิจารณาว่าควรเก็บตัวอย่างเพิ่ม รอตามช่วงเวลา หรือประเมินสาเหตุอื่น ถ้ายังมีอาการแม้ผลเป็นลบ ให้กลับไปประเมินซ้ำ ไม่ควรซื้อยากินเอง ดูขั้นตอนการตรวจเพิ่มได้ที่ การวินิจฉัยโรคหนองใน
วิธีเล่าประวัติให้คลินิกเลือกจุดตรวจได้ตรง
ไม่ต้องใช้ศัพท์แพทย์หรืออธิบายตัวตนทางเพศ เพียงตอบข้อมูลที่มีผลต่อการตรวจ
- ในช่วงที่ต้องประเมิน ปาก อวัยวะเพศ ช่องคลอด หรือทวารหนักของใครสัมผัสส่วนใดบ้าง
- คุณเป็นฝ่ายให้หรือรับการสัมผัสที่แต่ละตำแหน่ง
- ใช้ถุงยางอนามัยหรือแผ่นยางอนามัยตั้งแต่ต้นจนจบหรือไม่
- เหตุล่าสุดเกิดวันที่เท่าไร และมีเหตุอื่นหลังจากนั้นหรือไม่
- มีแสบ ตกขาวหรือหนองผิดปกติ แผล ผื่น เลือดออก หรือปวดท้องน้อยหรือไม่
- คู่มีผลตรวจหรือได้รับการวินิจฉัยเชื้อใดหรือไม่
- ได้ใช้ยาปฏิชีวนะก่อนมาตรวจหรือไม่
- กำลังตั้งครรภ์ ใช้ฮอร์โมน หรือเคยผ่าตัดที่เปลี่ยนกายวิภาคหรือไม่
คำว่า “ตรวจครบทุกโรค” ควรถามกลับอย่างไร
ไม่มีรายการตรวจเดียวที่ครอบคลุมทุกเชื้อ ทุกตำแหน่ง และทุกช่วงเวลา แพ็กเกจที่ใช้คำว่า “ครบ” อาจหมายถึงรายการที่สถานพยาบาลกำหนดเท่านั้น ก่อนตกลงตรวจ ให้ขอรายการเป็นลายลักษณ์อักษรและถาม
- มีเอชไอวีและซิฟิลิสหรือไม่ ใช้วิธีใด
- มีหนองในและหนองในเทียมหรือไม่ ตรวจจากจุดใด
- มีไวรัสตับอักเสบบีหรือซีหรือไม่
- ถ้าผลลบแต่เหตุเกิดไม่นาน ต้องตรวจซ้ำเมื่อใด
เข้ารับบริการอย่างเป็นส่วนตัวได้ที่ไหน
แนวทางการตรวจและรักษาในประเทศไทยควรอิง แนวทางการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2567 ของกรมควบคุมโรค
หากต้องการค้นหาจุดบริการและนัดตรวจ เริ่มจาก Love2Test ได้ ควรถามก่อนนัดว่าเก็บตัวอย่างคอหรือทวารหนักได้หรือไม่ เพราะไม่ใช่ทุกจุดบริการมีทุกวิธีตรวจ
สรุป
การตรวจ STI ตามตำแหน่งสัมผัสช่วยลดโอกาสพลาดการติดเชื้อที่คอ ทวารหนัก หรืออวัยวะสืบพันธุ์ ปัสสาวะหนึ่งตัวอย่างไม่ได้แทนไม้ป้ายทุกตำแหน่ง และไม้ป้ายก็ไม่ได้แทนการตรวจเลือดสำหรับเอชไอวีหรือซิฟิลิส
หัวใจไม่ใช่การตรวจทุกจุดโดยอัตโนมัติ แต่คือเล่าตำแหน่งสัมผัส อวัยวะ อาการ วันที่ และยาที่ใช้ให้ครบ แล้วให้ผู้ให้บริการเลือกจุดเก็บตัวอย่างและวิธีตรวจตามแนวทางที่เชื่อถือได้
แหล่งอ้างอิง
- WHO: Guidelines for the Management of Asymptomatic STIs (2025)
- WHO: Sexually transmitted infections (STIs) fact sheet
- Australian STI Management Guidelines — Gonorrhoea
- Australian STI Management Guidelines — Chlamydia
- Workowski KA, et al. Sexually Transmitted Infections Treatment Guidelines, 2021 (CDC, MMWR) — PMC
- กรมควบคุมโรค: แนวทางการดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2567


