Safe Sex คือการวางแผนให้เพศสัมพันธ์ครั้งนั้นไม่พาเรื่องที่ไม่อยากได้กลับมา ซึ่งมีสองเรื่องคนละเรื่องกัน คือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการตั้งครรภ์ที่ยังไม่พร้อม จุดที่คนพลาดบ่อยที่สุดคือคิดว่าวิธีเดียวกันกันได้ทั้งสองอย่าง ซึ่งไม่จริง หน้านี้เป็นหน้าตั้งต้นที่แยกให้เห็นว่าอะไรกันอะไร แล้วค่อยให้เลือกชุดที่เหมาะกับชีวิตตัวเอง
Safe Sex คืออะไร และกันสองเรื่องพร้อมกันได้แค่ไหน
คำนี้หมายถึงกิจกรรมทางเพศที่มีการป้องกัน ไม่ใช่กิจกรรมที่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ และนั่นคือความหมายที่ควรติดไว้ตั้งแต่ต้น เพราะวิธีที่เราเลือกใช้แต่ละอย่างมีช่องว่างของตัวเอง หน้าที่ของเราคือเลือกวิธีที่อุดช่องว่างให้ตรงกับเรื่องที่เรากังวลที่สุด
ลองแยกเป็นสองคำถาม คำถามแรกคือครั้งนี้มีโอกาสตั้งครรภ์ไหม คำถามที่สองคือครั้งนี้มีโอกาสสัมผัสเชื้อไหม ถ้าคำตอบของข้อแรกคือไม่ เช่น เป็นคู่ที่ไม่มีโอกาสตั้งครรภ์อยู่แล้ว เรื่องที่เหลือทั้งหมดคือเรื่องโรค และยาคุมกำเนิดทุกชนิดไม่ได้ช่วยอะไรในข้อนั้นเลย ในทางกลับกัน ถ้ากังวลเรื่องตั้งครรภ์เป็นหลัก การใช้ถุงยางอนามัยอย่างเดียวก็ยังมีโอกาสพลาดจากการใช้ไม่ถูกวิธีหรือถุงยางแตก
คำว่าเพศสัมพันธ์ในที่นี้ยังรวมทางปากและทางทวารหนักด้วย ไม่ใช่แค่การสอดใส่ทางช่องคลอด ความเข้าใจผิดว่าทางปากไม่ต้องป้องกันเป็นช่องที่ทำให้เชื้อหลายตัวเดินทางได้สบาย ทั้งหนองในแท้ หนองในเทียม ซิฟิลิส และเริม ดังนั้นแผนที่ดีต้องครอบทุกช่องทางที่เราใช้จริง ไม่ใช่ครอบแค่ช่องทางที่พูดถึงกันบ่อย
ถุงยางอนามัย ตัวเดียวที่กันได้ทั้งโรคและการตั้งครรภ์
ในชุดเครื่องมือที่มีอยู่ ถุงยางอนามัยเป็นตัวเดียวที่ทำงานสองหน้าที่พร้อมกัน คือกั้นสารคัดหลั่งไม่ให้ไปถึงเยื่อบุของอีกฝ่าย และกั้นอสุจิไม่ให้เข้าไป เหตุนี้มันจึงเป็นพื้นของทุกแผน แล้วค่อยเติมอย่างอื่นทับลงไปตามความต้องการ
สิ่งที่ทำให้ถุงยางอนามัยทำงานได้เต็มที่ไม่ใช่ยี่ห้อ แต่เป็นสี่เรื่องนี้
- ขนาดที่พอดี ถุงยางที่แน่นเกินมีโอกาสแตก ที่หลวมเกินมีโอกาสเลื่อนหลุด เรื่องการเลือกขนาดอยู่ที่ ถุงยางอนามัย ป้องกันเอชไอวี
- ใส่ตั้งแต่ก่อนสัมผัส ไม่ใช่ใส่กลางทาง เพราะสารคัดหลั่งที่ออกมาก่อนก็พาเชื้อได้
- สารหล่อลื่นที่เข้ากัน ใช้แบบที่เป็นน้ำหรือซิลิโคน ไม่ใช้น้ำมันหรือโลชันซึ่งทำให้ยางเสื่อมสภาพและแตกง่าย
- ใช้อันใหม่ทุกครั้ง ทุกรอบและทุกช่องทาง ไม่ใส่สองชั้นเพราะการเสียดสีกันเองทำให้แตกง่ายขึ้น
ข้อจำกัดที่ต้องรู้คือถุงยางอนามัยคลุมได้เฉพาะพื้นที่ที่มันคลุม โรคที่ติดจากการสัมผัสผิวหนังต่อผิวหนัง อย่างเริม หูดหงอนไก่ และซิฟิลิสบางระยะ จึงยังส่งต่อได้จากบริเวณรอบ ๆ ที่ไม่ได้คลุม นี่ไม่ใช่เหตุผลให้เลิกใช้ แต่เป็นเหตุผลที่แผนต้องมีอย่างอื่นประกอบ
การคุมกำเนิดแบบอื่น กันท้องได้ แต่ไม่กันโรค
วิธีคุมกำเนิดที่เหลือทั้งหมดทำงานกับการตั้งครรภ์เท่านั้น ไม่มีวิธีไหนในกลุ่มนี้กันเชื้อได้ ตารางนี้จึงเทียบไว้ให้เห็นชัดว่าอะไรตอบอะไร ส่วนรายละเอียดว่าแบบไหนเหมาะกับร่างกายของใคร เป็นเรื่องที่ต้องคุยกับแพทย์หรือเภสัชกร เพราะขึ้นกับโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และแผนการมีลูกในอนาคต
| วิธี | กันการตั้งครรภ์ | กันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ |
|---|---|---|
| ถุงยางอนามัยสำหรับผู้ชายหรือสำหรับผู้หญิง | ได้ ถ้าใช้ถูกวิธีทุกครั้ง | ได้ แต่คลุมได้เฉพาะพื้นที่ที่มันคลุม |
| ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน | ได้ ต้องกินสม่ำเสมอตามที่เภสัชกรแนะนำ | ไม่ได้เลย |
| ยาคุมกำเนิดชนิดฉีด | ได้ เหมาะกับการคุมระยะยาว | ไม่ได้เลย |
| ห่วงคุมกำเนิดในโพรงมดลูก | ได้ ใช้ได้หลายปีแล้วแต่ชนิด | ไม่ได้เลย |
| ยาฝังคุมกำเนิดใต้ผิวหนัง | ได้ ใช้ได้หลายปีแล้วแต่ชนิด | ไม่ได้เลย |
| การหลั่งนอกหรือการนับวัน | ไม่น่าเชื่อถือ พลาดได้ง่าย | ไม่ได้เลย |
สิ่งที่ตารางนี้บอกคือ ถ้าใช้ห่วงหรือยาฝังอยู่แล้วและคิดว่าป้องกันครบ จริง ๆ ยังขาดด้านโรคไปทั้งด้าน การใช้ถุงยางอนามัยร่วมไปด้วยจึงไม่ใช่ความซ้ำซ้อน แต่เป็นการเติมส่วนที่ขาด
อีกเรื่องที่ตารางนี้ไม่ได้บอกและควรรู้ไว้คือ วิธีคุมกำเนิดระยะยาวอย่างห่วงหรือยาฝังมักทำให้คนรู้สึกว่าเรื่องการป้องกันจบไปแล้ว เพราะไม่ต้องทำอะไรซ้ำทุกวัน ความรู้สึกนั้นเองเป็นจุดที่ทำให้การใช้ถุงยางอนามัยหลุดไปเงียบ ๆ ทางที่ช่วยได้คือแยกสองเรื่องนี้ออกจากกันในหัวตั้งแต่ต้น ให้ถือว่าเรื่องคุมกำเนิดจัดการแล้ว แต่เรื่องโรคยังเป็นงานของทุกครั้ง
ส่วนที่เหลือเติมด้วยอะไรได้ และตกลงกับคู่ตอนไหน
เมื่อรู้ว่าถุงยางอนามัยมีช่องว่างและยาคุมไม่ช่วยเรื่องโรค สิ่งที่เติมช่องว่างได้มีอยู่จริงและไม่ยุ่งยาก
- วัคซีน วัคซีนเอชพีวีลดโอกาสเกิดหูดหงอนไก่และมะเร็งที่เกี่ยวข้อง และวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีลดโอกาสติดเชื้อที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้เช่นกัน ทั้งสองตัวเป็นเรื่องที่คุยกับคลินิกได้เลย
- การตรวจตามรอบ การรู้ผลของตัวเองและของคู่เปลี่ยนการตัดสินใจได้มากกว่าการเดา หลายโรคในกลุ่มนี้ไม่มีอาการและรักษาหายขาดถ้าเจอเร็ว
- ยาเพร็พ สำหรับคนที่กังวลเรื่องเอชไอวีเป็นหลัก เป็นทางเลือกที่ใช้ร่วมกับถุงยางอนามัยได้ โดยต้องเริ่มและติดตามผลกับหน่วยบริการ ไม่ใช่หาซื้อมาใช้เอง
- การคุยกับคู่ ข้อนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายและได้ผลที่สุด แต่คนข้ามมากที่สุด
เรื่องเวลาคุย ให้คุยตอนที่ยังแต่งตัวอยู่และยังไม่มีอะไรกำลังจะเกิดขึ้น เพราะตอนนั้นเป็นตอนเดียวที่ทั้งสองคนยังต่อรองได้จริง สิ่งที่ควรตกลงมีไม่กี่ข้อ คือจะใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งไหม ใครเป็นคนพา ตรวจกันครั้งล่าสุดเมื่อไร และถ้าคืนนี้ไม่มีถุงยางอนามัยจะทำอย่างไร ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุด เพราะเป็นข้อที่ตัดสินผลจริง
คนจำนวนมากติดอยู่ที่ว่าจะเปิดเรื่องนี้อย่างไรไม่ให้เหมือนกล่าวหากัน ทางที่ใช้ได้คือพูดจากฝั่งตัวเองก่อน เช่น บอกว่าเราตรวจครั้งล่าสุดเมื่อไรและเราใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง แล้วค่อยถามกลับว่าของเขาเป็นอย่างไร การเริ่มจากตัวเองทำให้ประโยคนั้นเป็นการเล่า ไม่ใช่การสอบสวน และคนส่วนใหญ่ตอบกลับตามจริงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเปิดก่อน
ถ้าอยากเห็นตัวอย่างการจัดแผนให้เข้ากับชีวิตแต่ละแบบ หน้าความรู้ ป้องกัน HIV ให้เหมาะกับชีวิตจริง เรียงทางเลือกไว้ให้เทียบ ส่วนคำถามว่าแผนแบบนี้ปลอดภัยพอหรือยัง อ่านต่อได้ที่ Safe Sex ปลอดภัยแค่ไหน อะไรที่ถุงยางไม่คลุม
คำถามที่พบบ่อย
กินยาคุมอยู่แล้ว ยังต้องใช้ถุงยางอนามัยไหม
ต้อง เพราะยาคุมกำเนิดไม่กันเชื้อเลยแม้แต่ชนิดเดียว ถ้ากังวลเรื่องโรคด้วย ต้องมีถุงยางอนามัยในแผน
ออรัลเซ็กส์ต้องป้องกันด้วยหรือ
ควรป้องกัน เพราะหนองในแท้ หนองในเทียม ซิฟิลิส และเริม ติดทางปากได้ ใช้ถุงยางอนามัยหรือแผ่นอนามัยได้ตามช่องทาง
ใส่ถุงยางอนามัยสองชั้นปลอดภัยขึ้นไหม
ไม่ ตรงกันข้าม การเสียดสีระหว่างสองชั้นทำให้แตกง่ายขึ้น ใช้ชั้นเดียวให้ถูกขนาดและถูกวิธีดีกว่า
คู่บอกว่าตรวจแล้วไม่เป็นอะไร เชื่อได้ไหม
ขึ้นกับว่าตรวจเมื่อไรและตรวจอะไรไป ผลที่ตรวจไว้หลายเดือนก่อนไม่ครอบช่วงหลังจากนั้น และการตรวจบางชุดไม่ได้ครอบทุกโรค
Safe Sex แปลว่าปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ไหม
ไม่ใช่ มันคือการลดโอกาสให้ต่ำที่สุดเท่าที่ทำได้ด้วยเครื่องมือที่มี การรู้ข้อจำกัดของแต่ละวิธีคือส่วนหนึ่งของการป้องกัน
สรุป
- Safe Sex ต้องตอบสองคำถามแยกกัน คือโอกาสตั้งครรภ์และโอกาสสัมผัสเชื้อ
- ถุงยางอนามัยเป็นตัวเดียวที่ทำงานทั้งสองด้าน จึงเป็นพื้นของทุกแผน
- ยาคุม ยาฉีด ห่วง และยาฝัง กันการตั้งครรภ์ได้ แต่ไม่กันเชื้อเลย
- ช่องว่างที่เหลือเติมได้ด้วยวัคซีน การตรวจตามรอบ ยาเพร็พ และการคุยกับคู่
- คุยเรื่องการป้องกันตอนที่ยังไม่มีอะไรกำลังจะเกิดขึ้น และตกลงไว้ว่าถ้าไม่มีถุงยางอนามัยจะทำอย่างไร
แผนที่ดีไม่ใช่แผนที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นแผนที่เราทำได้จริงทุกครั้งโดยไม่ต้องฝืน ถ้ายังไม่แน่ใจว่าชุดของตัวเองควรมีอะไร เจ้าหน้าที่ที่คลินิกช่วยเรียงให้ได้ภายในเวลาไม่นาน และเป็นคำถามที่ถามได้โดยไม่ต้องอธิบายชีวิตตัวเองทั้งหมด
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ
แหล่งอ้างอิง
- Sexually transmitted infections — องค์การอนามัยโลก (ช่องทางการติดต่อและโรคที่ติดทางผิวหนัง)
- Family planning and contraception — องค์การอนามัยโลก (วิธีคุมกำเนิดแต่ละแบบและสิ่งที่ครอบคลุม)
- Contraception — NHS (ข้อที่ว่าเฉพาะถุงยางอนามัยที่ช่วยเรื่องโรคได้ด้วย)
- Condoms — NHS (วิธีใช้ให้ถูก สารหล่อลื่นที่เข้ากัน และเหตุที่ไม่ควรใส่สองชั้น)
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (บริการตรวจ วัคซีน และการป้องกันในประเทศไทย)


