เริมเป็นซ้ำ ไม่ใช่สัญญาณว่าการรักษาครั้งก่อนล้มเหลว แต่เป็นลักษณะของโรคนี้ที่เชื้อหลบอยู่ในปมประสาทแล้วกลับออกมาเป็นช่วง ๆ หน้านี้ตอบเรื่องเดียวคือ อะไรกระตุ้นให้มันกลับมา จะรู้ตัวก่อนตุ่มขึ้นได้อย่างไร และวันที่มันกลับมาจะทำอะไรได้ ส่วนพื้นฐานว่าเริมคืออะไรอยู่ที่ เริม (Herpes) คืออะไร ติดต่อและดูแลอย่างไร

ทำไมเริมเป็นซ้ำได้ แม้รักษาไปแล้ว

หลังการติดเชื้อครั้งแรก แผลหายแต่เชื้อไม่ได้ออกจากร่างกาย มันเดินถอยไปหลบอยู่ในปมประสาทที่อยู่ใกล้ตำแหน่งที่เข้ามาครั้งแรก และอยู่นิ่งอย่างนั้นได้นานหลายเดือนหลายปีโดยไม่ทำอะไร เมื่อมีอะไรกวนสมดุลของร่างกาย เชื้อจะเดินกลับมาตามเส้นประสาทเส้นเดิม และขึ้นเป็นตุ่มที่ตำแหน่งเดิมหรือใกล้เดิม

เพราะมันใช้เส้นทางเดิม จึงอธิบายได้สองเรื่องที่คนมักสงสัย เรื่องแรกคือทำไมมันขึ้นที่เดิมทุกครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่สัญญาณว่าแย่ลง เรื่องที่สองคือทำไมบางคนรู้สึกแสบหรือชาก่อนตุ่มจะขึ้น เพราะเชื้อกำลังเดินอยู่บนเส้นประสาทนั้นก่อนจะถึงผิวหนัง

ข่าวดีที่หลายคนไม่ค่อยได้ยินคือ ครั้งต่อ ๆ ไปมักเบากว่าครั้งแรกชัดเจน แผลน้อยกว่า เจ็บน้อยกว่า หายเร็วกว่า และมักไม่มีไข้ร่วม นอกจากนั้นความถี่ของการกลับมายังมีแนวโน้มลดลงเองตามเวลา คนที่เป็นถี่ในปีแรก ๆ จำนวนมากพบว่าหลายปีต่อมามันห่างออกไปเองโดยไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ

อะไรกระตุ้นให้กลับมาเป็นซ้ำ

ตัวกระตุ้นมีจุดร่วมอยู่ข้อเดียวคือทำให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้น้อยลงชั่วคราว หรือทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นถูกรบกวน ตารางนี้เรียงไว้ตามหมวดเพื่อให้สังเกตตัวเองได้ง่ายขึ้น

หมวดตัวกระตุ้นที่พบบ่อยสิ่งที่ปรับได้
สภาพร่างกายพักผ่อนไม่พอ อ่อนเพลียสะสม เจ็บป่วยหรือมีไข้ กินอาหารไม่พอจัดเวลานอนให้สม่ำเสมอ และระวังเป็นพิเศษในช่วงที่ไม่สบาย
สภาพจิตใจความเครียดสะสม ช่วงสอบ ช่วงงานหนัก การเปลี่ยนงานหรือย้ายบ้านรู้ว่าช่วงนั้นคือช่วงเสี่ยง จะทำให้ไม่แปลกใจและเตรียมรับมือทัน
ฮอร์โมนช่วงก่อนหรือระหว่างรอบเดือน และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอื่นจดว่าตรงกับรอบไหน จะพอคาดการณ์ล่วงหน้าได้
การรบกวนที่ผิวหนังการเสียดสีจากเพศสัมพันธ์ การโกนหรือแว็กซ์ เสื้อผ้ารัด ผิวไหม้แดดงดโกนบริเวณนั้นในช่วงที่รู้สึกไม่ปกติ ใส่เสื้อผ้าหลวม ใช้สารหล่อลื่น
ยาและการรักษาโรคอื่นยาที่กดภูมิคุ้มกัน เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์ และการรักษาโรคมะเร็งแจ้งแพทย์ว่าเคยเป็นเริม เพื่อให้ทีมวางแผนเฝ้าระวังล่วงหน้า
ภูมิคุ้มกันที่ลดลงต่อเนื่องภาวะที่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลงเป็นระยะยาว รวมถึงการมีเชื้อเอชไอวีที่ยังไม่ได้ดูแลเข้าสู่ระบบการดูแลโรคพื้นเดิมให้ได้ก่อน เพราะนั่นคือสิ่งที่เปลี่ยนความถี่ได้มากที่สุด

วิธีใช้ตารางนี้ให้เกิดประโยชน์คือจดสั้น ๆ ทุกครั้งที่กลับมาเป็นซ้ำ ว่าสัปดาห์นั้นมีอะไรต่างจากปกติ สามสี่ครั้งผ่านไปแบบแผนของตัวเองจะเริ่มโผล่ และนั่นมีค่ากว่าตารางของใครก็ตาม เพราะตัวกระตุ้นไม่เหมือนกันในแต่ละคน

Quicky

สัญญาณเตือนก่อนตุ่มจะขึ้น

คนที่เป็นมาหลายครั้งมักรู้ตัวก่อนเห็นตุ่มหนึ่งถึงสองวัน อาการนำที่พบคือรู้สึกแสบ ๆ ร้อน ๆ ที่ผิว คันยุบยิบ ชาหรือเสียวแปลบตามแนวเส้นประสาท บางคนรู้สึกปวดตื้อ ๆ ที่ต้นขาหรือบั้นท้ายข้างเดียวกัน และบางคนรู้สึกเพลียเล็กน้อยเหมือนจะเป็นหวัด

ช่วงนี้มีค่าสองเรื่อง เรื่องแรกคือเป็นช่วงที่การรับมือได้ผลที่สุด เพราะถ้าแพทย์เคยประเมินแล้วว่าเราควรมียาต้านไวรัสติดไว้ การเริ่มใช้ตั้งแต่ช่วงอาการนำจะช่วยให้แผลเบาและหายเร็วกว่าการรอให้ตุ่มขึ้นแล้วค่อยเริ่ม เรื่องที่สองคือเป็นช่วงที่เชื้อเริ่มออกมาแล้ว จึงเป็นช่วงที่ควรงดเพศสัมพันธ์และงดจูบตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ใช่รอให้เห็นตุ่มก่อน

คนจำนวนหนึ่งไม่มีอาการนำเลยและตื่นมาเจอตุ่มแล้ว ซึ่งก็ปกติ ไม่ได้แปลว่าร่างกายผิดปกติอะไร เพียงแต่กลุ่มนี้ต้องอาศัยการสังเกตตัวเองในมุมอื่นแทน เช่น รู้ว่าช่วงหลังนอนน้อยติดกันหลายคืนคือช่วงที่ต้องระวัง

วันที่กลับมาเป็นซ้ำ ทำอะไรได้

เป้าหมายของช่วงนี้มีสองอย่างคือให้แผลหายเร็วและไม่ส่งต่อให้ใคร สิ่งที่ทำได้เองและช่วยจริง

  • งดเพศสัมพันธ์และงดจูบ ตั้งแต่เริ่มรู้สึกแสบไปจนแผลตกสะเก็ดและหายสนิท ไม่ใช่งดแค่วันที่เห็นตุ่ม
  • รักษาแผลให้สะอาดและแห้ง ล้างด้วยน้ำสะอาด ซับเบา ๆ ไม่แกะสะเก็ด ไม่บีบตุ่ม
  • ประคบเย็น ช่วยลดปวดและแสบได้ดีกว่าการทาอะไรทับลงไป
  • ลดการเสียดสี ใส่เสื้อผ้าหลวมและเนื้อผ้าที่ระบายอากาศ งดโกนบริเวณนั้นจนหายดี
  • ล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสแผล เพื่อไม่ให้เชื้อย้ายไปที่ตาหรือที่อื่นของตัวเอง
  • ดื่มน้ำให้พอ ถ้ามีแผลใกล้ท่อปัสสาวะ จะช่วยให้ปัสสาวะไม่เข้มจนแสบ

สิ่งที่ไม่ควรทำคือไปซื้อยาทาที่เคยเห็นคนอื่นใช้มาทาเอง โดยเฉพาะยากลุ่มสเตียรอยด์ซึ่งทำให้รอยโรคเปลี่ยนหน้าตาและอาจลุกลามกว่าเดิม เรื่องยาทุกชนิดให้ผ่านแพทย์หรือเภสัชกร ส่วนเริมที่ปากมีข้อควรระวังเพิ่มของตัวเองอยู่ที่ โรคเริมที่ปาก

Love2Test

เป็นซ้ำบ่อยแค่ไหนที่ควรไปคุยกับแพทย์

ไม่มีเลขวิเศษที่ใช้กับทุกคน แต่สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาคุยคือเรื่องนี้เริ่มกินพื้นที่ในชีวิต เช่น กลับมาเป็นบ่อยจนต้องเลื่อนงานหรือเลื่อนนัด กระทบความสัมพันธ์ หรือทำให้กังวลอยู่ตลอดแม้ในช่วงที่ไม่มีอาการ นั่นคือเหตุผลที่ดีพอจะไปคุย ไม่ต้องรอให้ถึงจำนวนครั้งเท่าไร

สิ่งที่แพทย์มีให้คุยได้คือแนวทางสองแบบ แบบแรกคือใช้ยาเฉพาะช่วงที่กำเริบ สำหรับคนที่เป็นไม่บ่อยและรู้อาการนำของตัวเอง แบบที่สองคือใช้ต่อเนื่องเพื่อกดเชื้อ สำหรับคนที่เป็นบ่อยหรือกระทบคุณภาพชีวิต ซึ่งช่วยลดทั้งความถี่ของการกำเริบและโอกาสส่งต่อให้คู่ ส่วนว่าเหมาะกับใครและนานเท่าไร เป็นการประเมินเป็นรายคน

อาการที่ควรไปพบบุคลากรโดยไม่รอเลยคือ แผลลุกลามกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ปัสสาวะไม่ออก ไข้สูง ปวดศีรษะมากหรือคอแข็ง และอาการที่ตา เช่น ตาแดง เจ็บตา หรือมองเห็นผิดไป นอกจากนั้นถ้ากำลังตั้งครรภ์หรือคู่กำลังตั้งครรภ์ ต้องแจ้งทีมฝากท้องทุกครั้ง หน้าความรู้ STI: รู้ทัน ตรวจเป็น และรักษาได้ เรียงเรื่องการตรวจและการดูแลไว้ให้อ่านก่อนไปคลินิก

คำถามที่พบบ่อย

เป็นซ้ำแปลว่าการรักษาครั้งก่อนไม่ได้ผลไหม

ไม่ใช่ เป็นลักษณะของโรคนี้ที่เชื้อหลบอยู่ในปมประสาท การกลับมาจึงไม่เกี่ยวกับว่ากินยาครบหรือไม่ครบในครั้งก่อน

ทำไมมันขึ้นที่เดิมทุกครั้ง

เพราะเชื้อเดินกลับมาตามเส้นประสาทเส้นเดิม การขึ้นที่เดิมจึงเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่สัญญาณว่าอาการแย่ลง

กินวิตามินหรืออาหารเสริมช่วยให้เป็นซ้ำน้อยลงไหม

ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน สิ่งที่มีหลักฐานกว่าคือการนอนให้พอและจัดการความเครียด และควรถามเภสัชกรก่อนเริ่มอาหารเสริมใด ๆ

ช่วงอาการนำที่ยังไม่มีตุ่ม ส่งต่อเชื้อได้ไหม

ได้ และเป็นช่วงที่ควรงดเพศสัมพันธ์แล้ว ไม่ต้องรอให้เห็นตุ่มก่อน

เป็นซ้ำแล้วควรไปตรวจใหม่ทุกครั้งไหม

ไม่จำเป็นถ้าเคยยืนยันผลแล้วและอาการเหมือนเดิม แต่ควรไปถ้าอาการเปลี่ยนรูป รุนแรงกว่าเดิม หรือขึ้นตำแหน่งใหม่

Chat Love2Test

สรุป

  • เริมกลับมาเป็นซ้ำได้เพราะเชื้อหลบอยู่ในปมประสาท ไม่ใช่เพราะการรักษาครั้งก่อนล้มเหลว
  • ตัวกระตุ้นที่พบบ่อยคือพักผ่อนไม่พอ ความเครียด รอบเดือน การเสียดสีที่ผิวหนัง และยาที่กดภูมิคุ้มกัน
  • การจดว่าแต่ละครั้งเกิดในสัปดาห์ที่มีอะไรต่าง ช่วยให้เห็นแบบแผนของตัวเองได้จริง
  • ช่วงอาการนำที่รู้สึกแสบหรือชาคือช่วงที่การรับมือได้ผลที่สุด และเป็นช่วงที่ควรงดเพศสัมพันธ์แล้ว
  • ถ้าเรื่องนี้เริ่มกินพื้นที่ในชีวิต ให้ไปคุยกับแพทย์เรื่องแนวทางการใช้ยา ไม่ต้องรอให้ถึงจำนวนครั้งเท่าไร

สิ่งที่เปลี่ยนความรู้สึกได้มากที่สุดสำหรับคนที่เป็นซ้ำบ่อย ไม่ใช่การกำจัดเชื้อซึ่งยังทำไม่ได้ แต่เป็นการรู้ว่ามันมาตอนไหนและทำอะไรได้ในวันนั้น พอคาดการณ์ได้ มันก็กลายเป็นเรื่องที่จัดการได้ แทนที่จะเป็นเรื่องที่โผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ

แหล่งอ้างอิง