ผู้ติดเชื้อเอชไอวี กับโรควัณโรค ความสัมพันธ์ที่อันตราย

ผู้ติดเชื้อเอชไอวี มีความเสี่ยงต่อการป่วยเป็น วัณโรค มากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า วัณโรค เป็นโรคติดต่อทางอากาศที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย โดยผู้ป่วยเมื่อไอ จาม หรือพูด ละอองเสมหะที่ปนเปื้อนเชื้อจะฟุ้งกระจายสู่ผู้อื่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี มีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อวัณโรคได้ง่าย และเมื่อป่วยเป็นวัณโรค โรคจะลุกลามรวดเร็ว และรักษาได้ยาก

ผู้ติดเชื้อเอชไอวี กับโรควัณโรค ความสัมพันธ์ที่อันตราย

เอชไอวี (HIV) เป็นไวรัสเข้าทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีหน้าที่ป้องกันการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ที่เข้าสู่ร่างกาย ดังนั้น เมื่อเซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำลาย ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร หรือทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายบกพร่องนั่นเอง หากได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวี ก็จะสามารถควบคุมเชื้อเอชไอวีได้ โดยการขัดขวางวงจรชีวิตของไวรัส เพื่อไม่ให้พัฒนาเปลี่ยนเป็นโรคเอดส์ได้ในที่สุด

วัณโรค (Tuberculosis หรือ TB) คือ โรคติดต่อที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งสามารถติดต่อกันผ่านทางอากาศได้ด้วยการหายใจ การจาม การไอ หรือการอยู่ร่วมกับผู้ป่วยวัณโรคติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อวัณโรคได้ง่าย โดยวัณโรคเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนทั่วโลก

ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ติดเชื้อเอชไอวีกับโรควัณโรค 

  • ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ผู้ติดเชื้อเอชไอวีมีโอกาสติดเชื้อวัณโรคมากกว่าบุคคลทั่วไปถึง 20-30 เท่า
  • ความรุนแรงของโรค ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ป่วยเป็นวัณโรค มักมีอาการรุนแรงกว่าผู้ป่วยทั่วไป
  • พบว่าป่วยด้วยวัณโรคมากขึ้น ผู้ติดเชื้อเอชไววี สามารถพบวัณโรคได้ในทุกระยะ เพียงแต่ถ้าเมื่อการติดเชื้อลุกลามไปจนเป็นเอดส์เต็มขั้น ยิ่งพบวัณโรคได้มากขึ้น เช่นเดียวกับการติดเชื้อฉวยโอกาสอื่นๆอีกหลายชนิด ทั้งนี้เป็นเพราะระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะเกิดการสูญเสียไปมาก
  • การดื้อยา ผู้ติดเชื้อเอชไอวีมีโอกาสเกิดวัณโรคดื้อยาได้มากกว่า
  • การเสียชีวิต ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ป่วยเป็นวัณโรค มีโอกาสเสียชีวิตจากโรคได้มากกว่า
  • การแพร่เชื้อโรค ผู้ติดเชื้อเอชไอวี มีโอกาสแพร่เชื้อวัณโรคสู่ผู้อื่นได้มากกว่าผู้ป่วยทั่วไป
อาการวัณโรคในผู้ติดเชื้อเอชไอวี

อาการวัณโรคในผู้ติดเชื้อเอชไอวี

จะมีความแตกต่างไปจากกคนปกติบ้าง ดังนี้

  • มีไข้ยาวนานกว่า และมีเหงื่อออกมากตอนกลางคืน
  • มีน้ำหนักตัวลดลงมากกว่า
  • มีการแพร่กรกะจายของวัณโรคปอดไปยังอวัยวะอื่นๆ มากกว่า เช่น เยื่อหุ้มสมอง กระดูก หรือ ต่อมน้ำเหลือง 
  • ส่วนอาการอื่นๆ เช่น ไอ ไอเป็นเลือด หอบเหนื่อย เจ็บหน้าอก อ่อนเพลีย ก็จะมีเหมือนกับคนทั่วไป

การรักษาวัณโรคในผู้ติดเชื้อเอชไอวี

ปัจจุบันการรักษาวัณโรคจะเป็นแบบเดียวกันกับคนปกติทั่วไป อาจจะมีความแตกต่างในรายละเอียดบ้างขึ้นกับผู้ติดเชื้อเอชไอวีแต่ละราย โดยทั่วไปจะเลือกใช้เลือกสูตรการรักษาระยะสั้นมาตราฐาน 6 เดือน ประกอยด้วยตัวยา 4 ชนิด ใน 2 เดือนแรก และเหลือแค่ 2 ชนิดในช่วง 4 เดือนหลัง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี หรือคนปกติทั่วไปก็จะรักษาเหมือนกัน

การป้องกันวัณโรคในผู้ติดเชื้อเอชไอวี

  • ตรวจหาเชื้อวัณโรค ผู้ติดเชื้อเอชไอวีควรเข้ารับการตรวจหาเชื้อวัณโรคเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • รักษาเชื้อวัณโรคอย่างครบถ้วน กรณีพบการติดเชื้อวัณโรค ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาอย่างครบถ้วน โดยรับประทานยาต้านวัณโรค ให้ครบตามแพทย์สั่ง
  • ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ผู้ป่วยวัณโรคควรสวมหน้ากากอนามัยเมื่อ ไอ จาม หรือพูด ปิดปากปิดจมูก ทิ้งทิชชู่ที่ใช้แล้วลงถังขยะมิดชิด
  • เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ผู้ติดเชื้อเอชไอวีควรดูแลสุขภาพ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • เข้ารับการรักษาเอชไอวี อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง
การดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่เป็นวัณโรค

การดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่เป็นวัณโรค

  • รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ ถูกต้องตามคำสั่งแพทย์ มิฉะนั้นอาจทําให้เชื้อวัณโรคดื้อยาได้  และคอยสังเกตผลข้างเคียงที่เกิดจากยาวัณโรค ตามคำแนะนำเพื่อจะได้รีบ หรือหยุดยาชั่วคราวก่อนที่จะมีความรุนแรง
  • รับประทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ไม่คลุกคลีใกล้ชิดกับผู้อื่นเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรือ จนกว่าอาการไอจะลดลงมากหรือหายไป
  • ปิดปาก และจมูกเวลาที่ไอจาม บ้วนเสมหะในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดแล้วรวบรวมไปทิ้งขยะหรือเททิ้งในห้องห้องน้ำ
  • ผู้ป่วยควรเลิกสูบบุหรี่และเลิกดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะจะยิ่งทําให้อาการของวัณโรคแย่ลง 
  • ญาติ หรือผู้ดูแลใกล้ชิดที่อยู่บ้านเดียวกับผู้ป่วยควรได้รับการตรวจเอ็กซเรย์ปอดด้วย
  • จัดสถานที่พักให้อากาศถ่ายเทสะดวก และแสงแดดส่องถึง 
  • ไปรับการตรวจตามกำหนด จนกว่าแพทย์จะหยุดสั่งยา

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม

ผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ป่วยเป็นวัณโรค ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามผลการรักษา ป้องกันภาวะแทรกซ้อน และลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต